กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI
ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนได้รับสิทธิตามกฏหมายว่าด้วยการลงทุนซึ่งเป็นกฏหมายเฉพาะ ให้นำผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไปหักออกจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปี หรือผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยไม่ต้องนำไปหักออกจากกำไรประจำปีที่เกิดขึ้น ในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI

งบกำไรขาดทุน

กำไรขาดทุน
-กำไร (ขาดทุน)ก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (Profit (Loss) Before Interest and
Income Tax Expenses) หมายถึง ยอดรวมรายได้หักด้วยยอดรวมค่าใช้จ่าย แต่ก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและก่อนภาษีเงินได้ หากมีผลขาดทุนให้แสดงจำนวนเงินไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ
-ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expenses) หมายถึงดอกเบี้ยจ่ายหรือค่าตอบแทนเนื่องจากการใช้
ประโยชน์จากเงินหรือเงินทุน
– ภาษีเงินได้ (Income Tax Expenses) หมายถึง ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ คำนวณขึ้นตามวิธีการ
บัญชีหรือตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
-กำไร(ขาดทุน) จากกิจกรรมตามปกติ (Profit (Loss) From Ordinary Activities) หมายถึง
กำไร (ขาดทุน) จากกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบธุรกิจตามปกติ หรือเกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามปกติของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน รวมทั้งกิจกรรมอื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกาประกอบธุรกิจหรือการดำเนินงานดังกล่าว
-รายการพิเศษ-สุทธิ (Extraordinary Items Net) หมายถึง รายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจกกราย
การหรือเหตุการณ์ทางบัญชีที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน จากการดำเนินงานตามปกติของกิจการ และไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำหรือเกิดขึ้นไม่บ่อย เช่น ค่าเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอย่างอื่นรายการพิเศษนี้ให้แสดงเป็นยอดสุทธิจากภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่รายการพิเศษเป็นผลขาดทุนให้แสดงจำนวนเงินไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ
-กำไร(ขาดทุน) สุทธิ (Net Profit (Loss)) หมายถึง กำไรหรือขาดทุนหลังจากหักหรือรวมรายการ
พิเศษแล้ว หากมีผลขาดทุนสุทธิให้แสดงจำนวนเงินไว้ในเครื่องหมายวงเล็บ

กำไรขาดทุน

การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ดอกเบี้ยกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้นำมารวม คำนวณเป็นรายได้เพียงเท่าที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายดังกล่าว และถ้าผู้รับเป็นบริษัทจดทะเบียนให้นำ บทบัญญัติของข้อ 10 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
-เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไร ที่อยู่ในบังคับต้องภูกหักภาษี ไว้ ณ ที่จ่าย ตามกำหมายว่าด้วยภาษี เงินได้ปิโตรเลียม ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพียงเท่าที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายดังกล่าวและถ้า ผู้รับเป็นบริษัทจดทะเบียนให้นำบทบัญญัติของข้อ 10 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
-มูลนิธิหรือสมาคม มูลนิธิ หรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ไม่ต้องนำเงินค่าลงทะเบียน หรือค่าบำรุง ที่ได้รับจากสมาชิก หรือเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการรับบริจาค หรือจากการให้โดยเสน่หาแล้วแต่กรณีมารวมคำนวณ เป็นรายได้
-ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีขาย ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้รับหรือพึงได้รับ และภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งได้รับคืนจากการขอคืน ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้

การคำนวณกำไรสุทธิ

การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติตามมาตรา 65 ทวิ ซึ่งมีราย ละเอียดดังนี้
-รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรีไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย(รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ดูรายละเอียดในลำดับถัดไป)
-ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145 ) ดังนี้
-การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจะต้องไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุน ตามประเภทของทรัพย์สินดังต่อไปนี้
ประเภททรัพย์สิน ร้อยละ
อาคาร
-อาคารถาวร 5
-อาคารชั่วคราว 100

การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ฐานในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล มีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.คำนวณจากฐานกำไรสุทธิ
2.คำนวณจากฐานยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย
3.คำนวณจากฐานการส่งเงินได้ไปต่างประเทศ
4.คำนวณจากฐานการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ
5.คำนวณโดยการหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้
การปรับภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เป็นเงินสดจ่ายภาษีเงินได้จะคำนวณในทำนองเดียวกับเงินสดจ่ายดอกเบี้ย โดยยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่แสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุนมักจะไม่เท่ากับยอดเงินสดจ่ายภาษีเงินได้ เพราะภาษีเงินได้นิติบุคลในงบกำไรขาดทุนเป็นการบันทึกบัญชีจากการประเมินภาษีเงินได้ตามประมวลกฏหมายรัษฎากรสำหรับผลกำไรกิจการทำได้ในงวดนั้น ในขณะที่จ่ายภาษีเงินได้ของกิจการจริงจะถูกแบ่งจ่ายออกเป็น 2 ครั้ง คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปีหรือประมาณ เดือนสิงหาคม และหลังจากวันสิ้นงวดบัญชีประจำปี 150 วัน หรือประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ผลแตกต่างระหว่างภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย โดยหากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่แสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุนยังไม่ได้จ่ายครบทั้งจำนวน การคำนวณหาเงินสดจ่ายภาษีเงินได้ที่ถูกต้องจะต้องนำยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้นมาปรับกระทบกับภาษีเงินได้นิติบุคคลในงบกำไรขาดทุนด้วย

ภาษีเงินได้

การส่งเสริมการขาย

การส่งเสริมการขาย
-ภาษีเงินได้นิติบุคคล กล่าวคือ ถ้าบริษัทมีรายจ่ายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการขาย รายจ่ายดังกล่าว ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจกรรมโดยเฉพาะ เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13 ) แห่งประมวลรัษฎากร
-ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ เมื่อบริษัทแจกรางวัลให้แก่ลูกค้า เพื่อส่งเสริมการข่ายนั้น เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) บริษัทมีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ของมูลค่ารางวัลนั้น
-ภาษีมูลค่าเพิ่ม กล่าวคือ การแจกรางวัลแก่ลูกค้า เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตาม มาตรา 77/1 ( 10 ) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทต้องเสียภาษีแห่งประมวลรัษฎากร โดยมูลค่า ของฐานภาษีที่นำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ต้นทุนสินค้าหรือค่าบริการที่ได้ซื้อมา ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร

การส่งเสริมการขาย