เงินได้พึงประเมินมาตรา 40(3)

การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3)
ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรมหรือคำพิพากษาของศาล ให้ผู้ที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
-ผู้จ่าย ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
-ผู้รับ ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในไทย หัก๓ษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0
-ผู้รับ ได้แก่ มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47(7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0

การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3)

การจ่ายค่าจ้างทำของนิติบุคคลต่างประเทศ

การจ่ายค่าจ้างทำของนิติบุคคลต่างประเทศ
การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายเงินค่าจ้างทำของให้แก่นิติบุคคลต่างประเทศและนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศประกอบกิจการในไทยโดยมิได้มีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในไทย กรมสรรพากรมีคำสั่งดังนี้
-กรณีการจ่ายเงินค่าจ้างทำของและจะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งในอัตราร้อยละ 5.0 ของยอดเงินที่จ่าย ผู้รับจ้างต้องเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในไทย และมีการประกอบธุรกิจอย่างอื่นนอกจากรับจ้างทำของในไทย เช่น การซื้อขายสินค้า ผู้รับจ้างจะต้องมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อลูกจ้างในประเทศไทยตามมาตรา 65 ตรี (2) แห่งประมวลรัษฎากร
-กรณีผู้รับจ้างได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตนั้น

การจ่ายค่าจ้างทำของนิติบุคคลต่างประเทศ

ดอกเบี้ยในประเทศอนุสัญญา

ดอกเบี้ยในประเทศอนุสัญญา
ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนกำหนดให้มีบทบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับดอกเบี้ย ซึ่งอนุสัญญาณกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายส่วนใหญ่จะกำหนดภาษีไว้ดังนี้
-ยกเว้นภาษี หากผู้รับดอกเบี้ยเป็นรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ และสถาบันการเงินซึ่งรัฐบาลของประเทศคู่สัญญาเป็นเจ้าของทั้งหมด
-ไม่เกินร้อยละ 10 หากผู้รับเป็นสถาบันการเงินซึ่งรวมถึงบริษัทประกันภัย
-ไม่เกินร้อยละ 15 กรณีอื่น
ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 โดยนำส่งภาษีด้วยแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด. 2 กรณีผู้รับดอกเบี้ยเป็นนิติบุคคลนำส่งภาษีด้วยแบบรายการยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.53 แล้วนำส่งภาษีภายใร 7 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงินได้

ดอกเบี้ยในประเทศอนุสัญญา

ธุรกิจรับจ้างทำของ

ธุรกิจรับจ้างทำของ
การวางแผนภาษีของธุรกิจรับจ้างทำของ เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจรับซ่อมแซมทุกชนิด ธุรกิจรับสิงพิมพ์ หากธุรกิจเหล่านี้ได้มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ว่าจ้างไม่ว่าจะแยกสินค้าออกจากค่าแรงงานหรือไม่ หรืออาจจะคิดค่าแรงงานอย่างเดียว ผู้จ่ายเงินที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3 % ของค่าสินค้าและค่าแรง กิจการอาจเลือกวิธีการจัดตั้งนิติบุคคล โดยแยกออกจากกัน เช่น
-ธุรกิจขายสินค้า
-ธุรกิจรับจ้างทำของ

ธุรกิจรับจ้างทำของ

นักแสดงสาธารณะ

นักแสดงสาธารณะ
หมายถึง นักแสดงละคร ภาพยนตร์ วิทยุ และโทรทัศน์ นักร้อง นักดนตรี นักกีฬาอาชีพ เงินได้ที่นักแสดงสาธารณะได้รับจากการแสดง ถือเป็นเงินได้มาตรา 40(8) ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 5 %
-กรณีผู้จ้างได้ตกลงจ้างงานนักแสดงสาธารณะ เป็นรายบุคคลให้นักแสดงสาธารณะนำเงินได้ของนักแสดงสาธารณะที่ได้รับมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามของแต่ละคน
-หน้าที่ยื่นรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้งดังนี้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ให้นำเงินได้ของนักแสดงสาธารณะที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน ไปยื่นรายการและชำระภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปีภาษี โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 94 และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ให้นำเงินได้ของนักแสดงสาธารณะ ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ไปยื่นรายการและชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โยใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 และให้นำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีที่ชำระไว้ มาเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษี

นักแสดงสาธารณะ

แก้ไขบทความนี้

การแข่งขัน ชิงโชค จับฉลาก

การประกวด แข่งขัน ชิงโชคจับฉลาก
เมื่อมีการจับฉลากหรือมอบรางวัลให้กับผู้ถูกรางวัล หรือผู้ชนะการประกวด แข่งขัน ชิงโชคจับฉลาก เมื่อซื้อของรางวัลมาถือเป็นค่าใช้จ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิ ภาษีซื้อขอคืนได้ไม่ต้องห้าม เมื่อมอบรางวัลดังกล่าวให้กับผู้รับรางวัลจะถือเป็นเงินได้ของผู้รับรางวัลและจะต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราก้าวหน้าหากผู้รับรางวัลเป็นบุคคลธรรมดา หรือหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 3 % หากผู้รับรางวัลเป็นนิติบุคคล แต่ถ้าหากการมอบรางวัลเป็นเงินสด ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีขายเนื่องจากไม่ใช่การขายสินค้าหรือการให้บริการ แต่จะต้องมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 5 %

การประกวด แข่งขัน ชิงโชคจับฉลาก

การวางแผนวิชาชีพอิสระ

การวางแผนภาษีวิชาชีพอิสระ
บุคคลธรรมดาหากมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) จะต้องนำเงินได้ตลอดทั้งปีไปคำนวณ ถาษีเงินได้ที่เรียกเก็บจากบุคคลซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ตามมาตรา 40(6) โดยยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีสำหรับปีภาษี (ปีปฏิทิน) นั้น เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) กฏหมายให้หักค่าใช้จ่าย ดังนี้
-หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและที่เห็นสมควร
-หักค่าใช้จ่ายในการเหมา เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระการประกอบโรคศิลปะให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 60 และเงินได้วิชาชีพอิสระอื่นนอกจากนี้ หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 30

การวางแผนภาษีวิชาชีพอิสระ

ปัญหาของอัตราแลกเปลี่ยนกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ปัญหาของอัตราแลกเปลี่ยนกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เมื่อนิติบุคคลได้มีธุรกรรมเกิดขึ้นจากการดำเนินงานแล้วมีผลที่จะต้องแปลงค่าเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อประโยชน์ในการบันทึกรายการบัญชีหรือเสียภาษีอากร ในการจ่ายเงินตราต่างประเทศที่ต้องแปลงค่าเงินตราต่างประเทศที่ต้องแปลงค่าเป็นเงินตราไทยแล้วจะต้องมีการหัก ณ ที่จ่าย การหักภาษีตามมาตรา 50 มาตรา 3 เตรส มาตรา 69 ทวิ มาตรา 69 ตรี มาตรา 70 และมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องแปลงค่าเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยควรจะพิจารณาว่า ธุรกรรมที่เกิดขึ้นสามารถใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามมาตรา 65 ทวิ(5) หรือ มาตรา 79/4 ได้หรือไม่

ปัญหาของอัตราแลกเปลี่ยนกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

การส่งเสริมการขาย

การส่งเสริมการขาย
-ภาษีเงินได้นิติบุคคล กล่าวคือ ถ้าบริษัทมีรายจ่ายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการขาย รายจ่ายดังกล่าว ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจกรรมโดยเฉพาะ เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13 ) แห่งประมวลรัษฎากร
-ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ เมื่อบริษัทแจกรางวัลให้แก่ลูกค้า เพื่อส่งเสริมการข่ายนั้น เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) บริษัทมีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ของมูลค่ารางวัลนั้น
-ภาษีมูลค่าเพิ่ม กล่าวคือ การแจกรางวัลแก่ลูกค้า เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตาม มาตรา 77/1 ( 10 ) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทต้องเสียภาษีแห่งประมวลรัษฎากร โดยมูลค่า ของฐานภาษีที่นำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ต้นทุนสินค้าหรือค่าบริการที่ได้ซื้อมา ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร

การส่งเสริมการขาย