ค่าเสื่อมราคาสะสม

ค่าเสื่อมราคาสะสม
จำนวนเงินค่าเสื่อมราคาไม่ว่าจะคำนวณด้วยวิธีใดก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเสื่อมราคาจะไม่ได้ถุกนำไปบันทึกรายการด้วยลดยอดสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนหรือสินทรัพย์ถาวรโดยตรง ส่วนใหญ่จะใช้บัญชีสำหรับปรับมูลค่าสินทรัพย์ ชื่อบัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสม การนำต้นทุนหรือราคาทุนเริ่มแรกหักออกด้วยค่าเสื่อมราคาสะสมจะทำให้ทราบว่า สินทรัพย์มีมูลค่าตามบัญชีเหลือเท่าใด ณ วันที่จัดทำงบการเงิน ดังนั้นบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสมจีงเป็นบัญชีปรับลดมูลค่าสินทรัพย์เพื่อให้ทราบว่ามูลค่าตามบัญชีที่ควรจะเป็น ณ วันใดวันหนึ่งหลังจากที่ได้มีการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์แล้ว

ค่าเสื่อมราคาสะสม

เช่าแบบลิสซิ่ง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเช่าแบบลิสซิ่ง
-ช่วยให้กิจการมีทางเลือกในการใช้ทรัพย์สินของกิจการไม่ว่าจะเป็นการซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อก็ตามมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เป็นการลดความเสี่ยงในด้านเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์
-ช่วยให้กิจการเลือกใช้ เงินทุนหมุนเวียน ของกิจการได้อย่างเต็มที่เป็นการแบ่งเบาภาระการใช้เงินลงทุนไม่ต้องนำมาใช้เต็มจำนวน และเงินทุนไม่ไปจมอยู่ในทรัพย์สินมากเกินไป
-กิจการมีโอกาสในการเลือกหรือต่อรองเงื่อนไขในการเช่าทรัพย์สินได้ตามความเหมาะสมและมีโอกาสตัดสินใจเลือกได้ดียิ่งขึ้น
-การเลือกเช่าแบบลิสซิ่ง กิจการจะได้ รับวงเงินค่อนข้างสูง กว่าการเลือกการใช้สินเชื่อโดยวิธีอื่นมีลักษณะค่อนข้างยืดหยุ่นได้
-กิจการสามารถเลือกระยะเวลาเช่าทรัพย์สินได้ตั้งแต่ 3-5 ปี โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้ทรัพย์สินจนหมดอายุ
-ในการเช่าแบบลิสซิ่งต้องเป็นการเช่าในรูปแบบของ นิติบุคคล เท่านั้น และค่าเช่าจะเป็นจำนวนเงินคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุการเช่าทรัพย์สินนั้น
-การเช่าแบบลิสซิ่งไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะเป็นการพิจารณาจากองค์กร
-กิจการมีสิทธิในการเลือกซื้อหรือไม่ซื้อทรัพยืสินนั้นเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง
-การเช่าแบบลิสซิ่งเป็นการเช่าทรัพย์สินประเภทหนึ่ง ไม่ถือเป็นหนี้สินของกิจการ ทำให้ฐานะการเงินของผู้เช่าทรัพย์สินไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเช่าแบบลิสซิ่ง

ค่าเสื่อมราคา

ค่าเสื่อมราคา
-ทรัพย์สินประเภทรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคนหรือรถยนต์นั่ง ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจาก มูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
-การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาสำหรับทรัพย์สินไม่ว่าในกรณีใดจะหักจนหมดมูลค่าต้นทุน ของทรัพย์สิน นั้นไม่ได้ โดยให้คงเหลือมูลค่าของทรัพย์สินนั้นเป็นจำนวนอย่างน้อย 1 บาท เว้นแต่ทรัพย์สินประเภทรถยนต์โดยสารที่มี ที่นั่งไม่เกิน 10 คนหรือรถยนต์นั่งที่มีมูลค่าต้นทุนเกิน 1 ล้านบาทให้คงเหลือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินเท่ากับมูลค่าต้น ทุนส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท
-กรณีทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อนให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตาม ราคามูลค่าต้นทุน คือ ราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อนแต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อม ราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชีจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
-การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร และอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้สำหรับ การวิจัยและพัฒนาให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตราร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน

ค่าเสื่อมราคา

รายจ่ายเพื่อการศึกษา

รายจ่ายเพื่อการศึกษา
-สถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุด หรือสถาบันวิจัย ทั้งนี้เฉพาะของทางราชการ
-การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นการทั่วไป
-กระทรวง ทบวง กรม เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างสถานศึกษา หอสมุด หรือห้องสมุดของทางราชการ
-สถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคล อื่นและสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

รายจ่ายเพื่อการศึกษา

รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์

รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์
-การส่งเสริม อนุรักษ์ และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนคุ้มครอง สัตว์ป่า
-การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติตามกฎหมาย ว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ
-การคุ้มครองและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ
-การส่งเสริม คุ้มครองและรักษาและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกำหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษา คุณภาพและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
-การควบคุม ป้องกัน แก้ไข ตลอดจนการลดและขจัดอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ หรือภาวะมลพิษและของเสียอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
-กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
-การบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
-การก่อสร้างถนนและได้โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ส่วนราชการและองค์การของรัฐบาลโดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้เฉพาะส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลผู้รับโอนได้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในถนนดังกล่าว
รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ต้องเป็นการจ่ายให้แก่กิจการตามโครงการพระราชดำริของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล หรือองค์การกุศลสาธารณะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์

ค่าใช้จ่ายในการผลิต

ค่าใช้จ่ายในการผลิต
ต้นทุนของสินค้าสำเร็จรูปในกระบวนการผลิตจะประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 3 ประเภทด้วยกัน คือ วัตถุดิบใช้ไปในการผลิต ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในกการผลิตในการคำนวณต้นทุนสินค้าสำเร็จรูปจะประกอบไปด้วย ดังนี้
-เงินเดือนและค่าแรงงานการผลิต
-ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือพลังงาน
-ค่าภาชนะบรรจุหีบห่อ
-ค่ากำลังไฟฟ้า ค้าน้ำประปาในการผลิต
-ค่าวัสดุสิ้นเปลืองในการผลิต
-ค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่นๆ
-ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

ค่าใช้จ่ายในการผลิต

รายจ่ายเพื่อการศึกษา

รายจ่ายเพื่อการศึกษา
ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
(1)สถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุด หรือสถาบันวิจัย ทั้งนี้เฉพาะของทางราชการ
(2)การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นการทั่วไป
(3)กระทรวง ทบวง กรม เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างสถานศึกษา หอสมุด หรือห้องสมุดของทางราชการ
(4)สถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคล อื่นและสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

รายจ่ายเพื่อการศึกษา

ต้นทุนผลิตสินค้า

ต้นทุนผลิตสินค้า (Cost of Goods Manufactured)
ต้นทุนผลิตสินค้าของกิจการอุตสาหกรรม หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิต หรือแปรสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 3 ประเภท คือวัตถุดิบ ค่าแรงงานโดยตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต
1.วัตถุดิบ (Raw Materials) หมายถึง สิ่งของที่กิจการอุตสาหกรรมนำมาทำการผลิตหรือแปรสภาพเป็นสินค้าสำเร็จรูป เมื่อผลิตเสร็จแล้ววัตถุดิบจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า วัตถุดิบที่จัดเป็นต้นทุนผลิตสินค้าประเภทแรกนี้หมายถึงเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ไปในการผลิต (Materials Consumed) เท่านั้น
2.ค่าแรงงานโดยตรง (Direct Labour) หมายถึง ค่าแรงงานของคนงานที่ทำการผลิตหรือแปรสภาพวัตถุดิบขึ้นเป็นสินค้าสำเร็จรูปโดยตรง
3.ค่าใช้จ่ายในการผลิต (Manufacturing Overhead) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าแต่ไม่รวมถึงวัตถุดิบและค่าแรงงานโดยตรง

ต้นทุนผลิตสินค้า (Cost of Goods Manufactured)

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ค่าใช้จ่ายที่แสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุนเป็นภาพสะท้อนถึงต้นทุนของสินค่าและค่าบริการที่กิจการใช้ประโยชน์ไปแล้วตลอดงวดจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ยอดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะมีความแตกต่างจากยอดเงินสดจ่ายตลอดงวดรอบระยะเวลาบัญชี หากพิจารณารายการค่าเสื่อมราคาซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำรขาดทุนตามเกณฑ์คงค้าง แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีการจ่ายชำระเงินสดออกไป ดังนั้นการปรับค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์คงค้างให้เป็นค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์เงินสดจึงต้องนำเอารายการค่าเสื่อมราคา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นเงินสดรายการอื่นๆมาหักออกจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของงบกำไรขาดทุน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและเงินสดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังอาจจะมีความแตกต่างเนื่องจากประเด็นของช่วงเวลาการรับรู้ค่าใช้จ่าและเงินสดจ่ายที่เกิดขึ้นจริง การบันทึกค่าใช้จ่ายตามหลักการบัญชีจะรับรู้เมื่อสินค้าหรือบริการถูกนำมาใช้ประโยชน์

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ค่ารับรองหรือค่าบริการ

ค่ารับรองหรือค่าบริการ ส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ดังนั้น ค่ารับรองที่จะหัก เป็นรายจ่ายได้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์กำหนดโดยกฎหระทรวงฉบับที่ 143 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่ม ใน 2542 เป็นต้นไป)
-ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจ ทั่วไป และบุคคลซึ่งได้รับรองหรือรับบริการ ต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเว้นแต่ลูกจ้างดังกล่าว จะมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองหรือการบริการนั้นด้วย
-ค่ารับรองหรือค่าบริการต้อง
1.ป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการาบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรศพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น หรือ
2.เป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการ ไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่ มีการรับรองหรือการบริการ
-จำนวนเงินค่ารับรองและค่าบริการให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่ากับจำนวนเท่าที่ต้องจ่าย แต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมหรือคำนวณกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายใดในรอบระยะเวลาบัญชี หรือของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
-ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคล ดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือคำสั่งจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการนั้นด้วย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงินสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่มีหน้าที่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร

ค่ารับรองหรือค่าบริการ