สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่นคั่งให้กับกิจการ ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า

[Total: 0    Average: 0/5]

 

ความหมายของเงินลงทุน

สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยได้ให้ความหมายของเงินลงทุนไว้ดังนี้

เงินลงทุน  หมายถึง สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่นคั่งให้กับกิจการไม่ว่าจะอยู่ในรูปของส่วนแบ่งที่จะได้รับ ( เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และเงินปันผล ) ในรูปของราคาที่เพิ่มขึ้น หรือในรูปของประโยชน์อย่างอื่นที่กิจการได้รับ ( เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า )
รายการต่อไปนี้ไม่ถือเป็นเงินลงทุน

ก)  สินค้าคงเหลือ ตามที่นิยามไว้ในมาตรฐานการบัญชี เรื่อง สินค้าคงเหลือ

ข)  ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่ไม่เป็นเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ตามที่นิยามไว้ในมาตรฐาน การบัญชี เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

 

ประเภทของการลงทุน

1.  แบ่งตามระยะเวลาของการลงทุน ได้แก่

1.1 เงินลงทุนชั่วคราว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี เงินลงทุนชั่วคราวรวมถึง หลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป และตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดภายใน 1 ปี

1.2 เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้เกิน 1 ปี เงินลงทุนระยะยาวรวมถึง ตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายเงินลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายและตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

2.  แบ่งตามสถานภาพของผู้ถือหลักทรัพย์ต่อกิจการ

2.1 ตราสารทุน หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วน ได้เสียคงเหลือของกิจการที่ไปลงทุนได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

2.2 ตราสารหนี้ หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกผันทั้งทางตรง และทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวนและเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยายได้แก่ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล

3.  แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการถือหลักทรัพย์

3.1 หลักทรัพย์เพื่อค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่กิจการถือไว้โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทำให้กิจการถือหลักทรัพย์นั้นไว้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ ดังนั้น หลักทรัพย์เพื่อค้าจึงมีอัตราการหมุนเวียนสูง

3.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดซึ่งไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าและในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเป็นเงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว

3.3 เงินลงทุนทั่วไป หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดทำให้กิจการไม่สามารถจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรือหลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไปสามารถแยกประเภทเป็นเงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว

3.4  ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด หมายถึง เงินลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่กิจการมีความตั้งใจแน่วแน่และมีความสามารถที่จะถือไว้จนครบกำหนดไถ่ถอน

นอกจากนี้ มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 ได้กำหนดให้กิจการต้องปฏิบัติเมื่อได้มาซึ่งเงินลงทุน

1.  จัดประเภทตราสารหนี้และตราสารทุนในความต้องการของตลาดดังนี้

1.1  หลักทรัพย์เพื่อค้า

1.2  หลักทรัพย์เผื่อขาย

1.3  ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

2.  จัดประเภทตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดเป็นเงินลงทุนทั่วไป

 

การบันทึกบัญชีเงินลงทุนชั่วคราว

หลักการบันทึกบัญชีเงินลงทุนชั่วคราว

การซื้อเงินลงทุนชั่วคราว ตราสารหนี้หรือตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการของตลาด จัดเป็นประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้าหรือเผื่อขาย ส่วนตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาด ถือเป็นเงินลงทุนทั่วไป โดยมีการบันทึกบัญชีตามต้นทุนเงินลงทุนดังนี้

หลักการบันทึกบัญชีเมื่อซื้อเงินลงทุนชั่วคราวนี้
เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า /หลักทรัพย์เผื่อขาย/เงินลงทุนทั่วไป        xxx

เครดิต เงินสด

 

ผลตอบแทนจากการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราว แต่ละประเภทเช่น
                1. ประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผื่อขาย กรณีเป็นตราสารหนี้ ผลตอบแทนคือ ดอกเบี้ยรับ
2. ประเภทหลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผื่อขาย กรณีเป็นตราสารทุน ผลตอบแทนคือ  เงินปันผล
3.ประเภทตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดซึ่งจะครบกำหนดภายใน 1 ปี ผลตอบแทนคือดอกเบี้ยรับ

การบันทึกบัญชีผลตอบแทนของเงินลงทุนชั่วคราวแต่ละประเภทมี ดังนี้
                    เดบิต เงินสด / บัญชีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง                                   xxx

เครดิต ดอกเบี้ยรับ/รายได้เงินปันผล                                   xxx

 

หลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผื่อขายแสดงด้วยมูลค่ายุติธรรมในวันสิ้นงวด

1.หลักทรัพย์เพื่อค้า กิจการจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าซึ่งเป็นผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีของเงินลงทุนกับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน เป็นรายการกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นซึ่งรับรู้รายได้หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ทันทีในงวดนั้น

กรณีมูลค่ายุติธรรมสูงกว่าราคาตามบัญชีจะบันทึกโดย
เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า                                                       xxx

เครดิต รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น(งบกำไรขาดทุน)         xxx

                    หรือ
                    เดบิต ค่าเผื่อการปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุน                            xxx

เครดิต รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น(งบกำไรขาดทุน)          xxx

กรณีมูลค่ายุติธรรมต่ำกว่าราคาตามบัญชี
เดบิต รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น(งบกำไรขาดทุน)         xxx

เครดิต หลักทรัพย์เพื่อค้า                                                    xxx

                    หรือ
                    เดบิต รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น(งบกำไรขาดทุน)          xxx

เครดิต ค่าเผื่อการปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุน                        xxx

2. หลักทรัพย์เผื่อขาย กิจการจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าซึ่งผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนเป็นรายการกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นรายการแยกต่างหากในส่วนของเจ้าของ

กรณีมูลค่ายุติธรรมสูงกว่าราคาตามบัญชีจะบันทึกโดย
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย                                                     xxx

เครดิต รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น(ส่วนของผู้ถือหุ้น)       xxx

                      หรือ
                      เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย                                                    xxx

เครดิต รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น(ส่วนของผู้ถือหุ้น)       xxx

กรณีมูลค่ายุติธรรมต่ำกว่าราคาตามบัญชี
เดบิต รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น(ส่วนของผู้ถือหุ้น)    xxx

เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย                                                   xxx

3.เงินลงทุนทั่วไปแสดงด้วยราคาทุน ดังนั้นกิจการไม่มีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุนทั่วไป เป็นมูลค่ายุติธรรม

 

การบันทึกรายการการโอนเปลี่ยนประเภทของเงินลงทุน

หลักการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนเงินลงทุนในตราสารทุนในความต้องการของตลาดมีหลายวิธีดังต่อไปนี้
1. การบันทึกบัญชีการโอนเปลี่ยนหลักทรัพย์เพื่อค้าเป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย    วิธีปฏิบัติทางบัญชี ณ วันที่โอน บันทึกบัญชีด้วยมูลค่ายุติธรรมและบันทึกรับรู้ผลต่าง ระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรม หลักการบันทึกบัญชี มีดังนี้
เดบิต หลักทรัพย์เผื่อขาย                                            xxx

เครดิต หลักทรัพย์เพื่อค้า                                             xxx
รายการกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น (งบกำไรขาดทุน) xxx

2. การบันทึกบัญชีการโอนเปลี่ยนหลักทรัพย์เผื่อขายเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า   วิธีปฏิบัติทางบัญชี ณ วันที่โอน บันทึกบัญชีด้วยมูลค่ายุติธรรมและบันทึกรับรู้ผลต่าง ระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่ายุติธรรมพร้อมทั้งโอนกลับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนที่โอนเปลี่ยนในงบกำไรขาดทุน  หลักการบันทึกบัญชี มีดังนี้
เดบิต หลักทรัพย์เพื่อค้า                                                  xxx
รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น(ส่วนของผู้ถือหุ้น) xxx

เครดิต หลักทรัพย์เผื่อขาย                                        xxx
รายการกำไรยังไม่เกิดขึ้น(งบกำไรขาดทุน) xxx

การโอนเปลี่ยนเงินลงทุนไปเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า กิจการต้องใช้มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอนในการบันทึกบัญชีและรับรู้ผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีและราคายุติธรรม ณ วันนั้น พร้อมทั้งกลับบัญชีทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนที่โอนเปลี่ยนในงบกำไรขาดทุนทันที

 

 

การจำหน่ายเงินลงทุน

ในการจำหน่ายเงินลงทุนชั่วคราวกิจการต้องบันทึกผลต่างระหว่างสิ่งตอบแทนสุทธิที่ได้รับกับราคาตามบัญชีของเงินลงทุน เป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายทันทีที่เกิดและ กิจการต้องบันทึกบัญชีทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนที่จำหน่าย และหากมีการจำหน่ายเพียงบางส่วนราคาตามบัญชีต่อหน่วยที่ใช้ต้องคำนวณโดยวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
1.การบันทึกบัญชีการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมด
2.การบันทึกบัญชีการจำหน่ายหลักทรัพย์เพียงบางส่วน

 

การด้อยค่าของเงินลงทุน

ข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า

ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 กำหนดเรื่อง การด้อยค่าของตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดไว้ดังนี้

1. ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดจะด้อยค่า เมื่อเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะไม่สามารถเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้ รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของตราสารหนี้ดังกล่าว คือผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากตราสารหนี้นั้น ซึ่งคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญาเดิม

2. กิจการต้องบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดในงบกำไรขาดทุนทันทีที่เงินลงทุนเกิดจากการด้อยค่า และต้องรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในเวลาต่อมาด้วยอัตราคิดลดที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของตราสารหนี้นั้น

 

การด้อยค่าของหลักทรัพย์เผื่อขาย

กิจการต้องบันทึกการด้อยค่าของหลักทรัพย์เผื่อขายทันทีที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าหลักทรัพย์นั้นด้อยค่า  โดยการกลับบัญชีส่วนต่ำกว่าทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่า  ของหลักทรัพย์เผื่อขายที่แสดงในส่วนของเจ้าของเป็นรายการขาดทุนจากการด้อยค่าทันทีที่เกิด  เว้นแต่กิจการเคยบันทึกส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าไว้ในส่วนของเจ้าของ  กิจการต้องกลับบัญชีส่วนเกินทุนดังกล่าว  ในการบันทึกลดมูลค่าเงินลงทุนก่อนจะบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าในงบกำไรขาดทุน

 

การด้อยค่าของตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

            ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด  จะด้อยค่าเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการ  ไม่สามารถเก็บเงินต้นหรือดอกเบี้ยทั้งหมด  หรือบางส่วนตามที่ระบุไว้ในสัญญาได้  รายการขาดทุนจากการด้อยค่าของตราสารหนี้ดังกล่าว  คือผลต่างระหว่างราคาตามบัญชีกับมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากตราสารหนี้นั้น  ซึ่งคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตามสัญญาเดิม

 

การด้อยค่าของเงินลงทุนทั่วไป

            กิจการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี  เรื่อง  การด้อยค่าของสินทรัพย์เพื่อบันทึกการด้อยค่าของของเงินลงทุนทั่วไป